ประเทศไทยควรพัฒนาด้านใด เพื่อก้าวสู่ระดับโลก

Share on facebook
Share on twitter

Highlight

“Service industry เรื่องของท่องเที่ยวเป็นหัวใจสำคัญต้องรีบจริงจัง เพราะเราสามารถทำให้คน มากิน มาใช้ ในประเทศ แล้วเงินลงถึงประชาชน  ต้องเริ่มเปิดได้แล้ว ต้องอยู่ใน New normal เสียเวลามามากแล้ว”

Transcript

ผมยังติดใจสไตล์อิตาลีอยู่นะ คือ Creative Economy ของเรา ผมว่าถ้าเราส่งเสริมกันจริงๆ จังๆ เอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้วย เช่น 3D printer แล้วก็ดีไซน์ใหม่ ให้มันตรงให้เหมาะกับเทสของคนที่จะใช้งานทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะประเพณีไทยอย่างเดียว ตรงนี้เราต้องคิดว่า Creative Economy เราต้องส่งเสริมกันอย่างจริงจัง เรื่องดีไซน์อย่างที่ผมได้ทำไปแล้ว ความจริงแล้วขยายสิ่งที่ผมทำต่อ แต่ต้องปรับให้เข้ากับเหตุการณ์ปัจจุบัน ไม่ใช่ก็อปปี้ แต่ adapt เข้ากับเหตุการณ์ปัจจุบัน ก็คือเรื่อง Creative Economy อีกเรื่องคือ Service industry ของเราดี คือความเป็นคนไทยมี hospitality ดี เพราะฉะนั้นท่องเที่ยวต้องจริงจัง ต้องเริ่มเปิดได้แล้ว ต้องเปิดให้เป็น ต้องอยู่ใน New normal เสียเวลามามากแล้ว สิ้นเปลืองมามากแล้ว ผมบอกได้เลย Pandemic ครั้งนี้ โลกทั้งโลกจะหันมาด่าตัวเอง ว่าเรากำลังทำสิ่งที่ถูกรึเปล่า เพราะสิ่งที่เราทำ เรากำลังก็อปปี้สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อร้อยปีที่แล้ว ในขณะที่ร้อยปีที่แล้ว โลกก็ไม่ได้ติดต่อเชื่อมโยงกันขนาดนี้ ระบบขนส่งทางอากาศก็ไม่มากเหมือนขณะนี้ เราทำเหมือนเดิม เราทำถูกรึเปล่า แล้วต้นทุนมันมหาศาล แต่ละประเทศต้องพิมพ์แบงค์ ออกมาเยอะแยะไปหมด แล้วกำลังจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นคือ  Stagflation หรือ เศรษฐกิจชะงักงัน แต่เงินเฟ้อขึ้นสูง เกิดแน่นอนเพราะเงินมันเยอะเหลือเกิน เยอะจากการพิมพ์แบงค์ แต่ละประเทศต้องเอามา finance ล็อคดาวน์ ผลสุดท้ายเจ๊ง เพราะฉะนั้น Service industry เรื่องของท่องเที่ยวเป็นหัวใจสำคัญต้องรีบจริงจัง เพราะเราสามารถทำให้คน มากิน มาใช้ ในประเทศ แล้วเงินลงถึงประชาชน อีกเรื่องคือ Creative Economy พูดถึงการปรับ Otop ยุคใหม่ มีแบรนด์ในต่างประเทศดีๆ เราจะมี แอร์เมส ไทย ได้ไหม เป็นคล้ายๆ แอร์เมส แบบไทยๆ มี หลุยส์ วิตตอง แบบไทยๆ ได้ไหม ซึ่งเรามีสกิล อย่างเช่นเรื่องเครื่องหนัง เราก็ไม่ลงทุนเรื่องฟอกหนังอย่างดี ต้องลงทุน รัฐแทนที่จะแจกเงินอย่างเดียว เอามาลงทุนสิ่งเหล่านี้ดีกว่า เรื่อง food industry ที่ผมพูดไปแล้ว ก็ต้องส่งเสริมเรื่องการส่งออกอาหารอย่างจริงจัง ซึ่งวันนี้หลายบริษัทก็เก่งแล้ว ทำได้เยอะและหาตลาดได้เองด้วย นอกจากนั้น ให้เด็กรุ่นใหม่เรียนทางวิทยาศาสตร์เยอะๆ แล้วมาจริงจังกับเรื่อง โรบอท ติกส์ เรื่อง AI เรื่องการเรียนรู้ Computer science และ Quantum Physics คือเมื่อก่อนสมัยผมเด็กๆ ผมไปเรียนหนังสือที่อเมริกา ผมไปสอบ Gre หมวดคณิตศาสตร์ ผมได้คะแนนดีกว่าฝรั่ง เพราะคณิตศาสตร์เมืองไทย ท่องแม่สูตรคูณตั้งแต่เด็ก ฝรั่งใช้เครื่องคิดเลข สู้เราไม่ได้  แต่เดี๋ยวนี้เราไปเรียนแบบฝรั่ง โดยการไม่ต้องท่อง ไม่ต้องรู้เบสิก วันนี้เราต้องสร้างเด็กไทย ซึ่งเด็กหัวดีอยู่แล้ว ใช้ให้เต็มสมอง ใช้ให้เซลล์สมองทำงานเต็มที่เลย และผมว่าเราสร้างสายวิทยาศาสตร์ ในอนาคตข้างหน้า ถ้าเราสามารถทำเรื่องสมุนไพรได้ และพิสูจน์ด้วยการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็จะทำให้สมุนไพร เป็นที่ยอมรับในระดับสากลเพิ่มมากขึ้น อีกหน่อยก็ส่งออกยาได้