การเป็นพลเมืองโลกหรือ Global citizen จะเปิดโอกาสให้คนไทยได้ทำสิ่งต่างๆ มากขึ้นขนาดไหน

Share on facebook
Share on twitter

Highlight

“วันนี้ถ้าเรายังคิดว่า เรายังไม่เป็น Global citizen โอกาสเราก็จะแคบลง ถ้าเราคิดว่าเราเป็น  Global citizen โอกาสเราจะกว้างขึ้น เรามองโลกทั้งโลก เป็นตลาดก็ได้ เป็นที่ทำงานก็ได้”

Transcript

ถ้าอ่านหนังสือเคนอิชิ โอมาเอะ (Kenichi Ohmae) เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว เป็นคนญี่ปุ่น เป็นนักเขียน เขาเขียนเรื่อง Borderless world คือโลกไร้พรมแดน คนจะไปทำมาหากิน ในลักษณะของอยู่กับที่ก็ได้ เป็น free flow trade, free flow finance , free flow knowledge และ free flow human resources ทั้งหมดเป็น free flow ไม่ต้องมีพรมแดนอีกต่อไปแล้ว เพราะฉะนั้นเราเป็นคนไทย ควรไปมองโอกาส สมมุติโอกาสประเทศสหรัฐอเมริกาดี เราจะไปทำมาหากินที่อเมริกาเราสามารถขอวีซ่าแบบลงทุนได้ หรือวีซ่าทำงานถ้าหากบริษัทนั้นใหญ่พอที่จะรับเรา สามารถทำให้เราเคลื่อนตัวเองไปอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ จะทำมาหากินอะไรก็ได้ หรือว่าเราคิดอะไรใหม่ๆในประเทศไทยเราก็สามารถที่จะส่งไปขายที่ไหนก็ได้แล้วในโลกนี้ ระบบกีดกันก็มี แต่ยังสามารถหลบหลีกได้อยู่ วันนี้ถ้าเรายังคิดว่าเรายังไม่เป็น Global citizen โอกาสเราก็จะแคบลง ถ้าเราคิดว่าเราเป็น  Global citizen โอกาสเราจะกว้างขึ้น เรามองโลกทั้งโลกเป็นตลาดก็ได้ เป็นที่ทำงานก็ได้ อยากไปมองแค่ว่าต้องประเทศไทยเท่านั้น บางคนคิดแค่ว่าจังหวัดนี้เท่านั้นยิ่งแคบใหญ่ เราต้องไปให้กว้าง อย่าลืมนะสมอง เราใช้น้อยไปนะ อย่างสมัยก่อนสเตอริโอในรถยนต์ ไปซื้อมาอย่างดี มีลูกเล่นเยอะแยะไปหมด ใช้ไม่เป็น ใช้ได้ไม่กี่อัน เหมือนสมองเราปัจจุบัน เราใช้น้อยไปนะ ผมกลัวตายไปแล้วเซลล์สมองมันยังว่างอยู่ เพราะฉะนั้นต้องรีบใช้มัน ก็เลยอ่านหนังสือแหลกเลย  ผมว่าคนเราไม่ต้องฉลาด แต่กล้าเรียนรู้ แม้กระทั่งเรียนรู้จากเด็ก เรียนรู้จากลูกจากหลานยังได้เลย ผมสังเกตดูหลานผมมาอยู่ ผมดูการพัฒนาการของเขา วีธีคิดของเขา วิธีเล่นของเขา ตอนสมัยรุ่นเราไม่มีปัญญาแบบนี้ เล่นอย่างนี้ไม่เป็น อย่าเป็นน้ำเต็มแก็ว เราต้องเปิดรับได้ตลอดเวลาต้องรับของใหม่ตลอด ผมตั้งแต่ตั้งบริษัทแล้ว เรียนรู้จากพนักงาน เรียนคนเดียวจะไปเรียนได้มากแค่ไหน แต่ถ้ามีคนอีกร้อยคนไปเรียนมา แล้วมาเล่าให้เราฟัง กำไรแล้ว