ดร.ทักษิณมีหลายบทบาทหน้าที่ทั้งการทำงานด้านธุรกิจและการบริหารประเทศ แต่ถ้าต้องการมองดร.ทักษิณจากมุมมองที่ใกล้ชิดมากขึ้นก็คงจะต้องถามจากลูก ๆ ที่จะมองเห็นมุมที่ละเอียดอ่อนมากขึ้น

“สำหรับโอ๊ค พ่อคือบุคคลที่เป็นต้นแบบของทุกอย่างในการดำเนินชีวิต คุณพ่อมีความตั้งใจอย่างมากในทุกเรื่องที่พ่อทำ ที่แน่ ๆ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่พวกเราสามคนพี่น้องสัมผัสได้ตั้งแต่เด็กเลยว่าพ่อมี Passion กับเรื่องนั้นจริงๆ ซึ่งนั่นก็คือเรื่องที่คุณพ่อเคยบอกว่า ได้ตั้งปณิธานไว้แล้วว่าจะใช้ความรู้ ความสามารถของตัวเองรับใช้ชาติ ลูกทุกคนต่างรับรู้ถึงความตั้งใจจริงของพ่อเป็นอย่างดี

เมื่อก่อนตอนพวกเราเด็กๆ เวลาพ่อดูข่าวการเมือง เรานั่งดูด้วยกันก็จะรู้สึกว่าได้เลยว่าคุณพ่อมีชีวิตชีวา คุณพ่อจะคอยบอกว่าเรื่องนี้มีทางออกอย่างนี้นะ เรื่องนั้นมีทางออกอย่างนี้นะ คุณพ่อเคยบอกว่าการบริหารบ้านเมืองต้องมีอิงธุรกิจนิด ๆ ต้องใช้หัวแบบนี้นิดหน่อย ประเทศชาติถึงจะเดินหน้า ไม่ใช่มุ่งแต่การเมืองอย่างเดียว

สมัยที่คุณพ่อเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ได้ออกนโยบายที่เป็นประโยชน์มากมายมาช่วยเหลือประชาชน พวกเราเคยสงสัยกันว่า หลักปรัชญาหรือแนวคิดของคุณพ่อมีรากแก่นมาจากอะไร คุณพ่อตอบว่า “เพราะพ่อเคยเป็นคนบ้านนอกมาก่อน” พ่อเคยจนมาก่อน และการได้เป็นนักการเมืองทำให้พ่อเข้าใจลึกซึ้งไปกว่าโลกทุนนิยม แต่การไม่มีทุนมันไม่สามารถเป็นไปได้ พ่ออธิบายว่าระบบประเทศไทยเนี่ย เงินฝากทั้งหลายมันถูกดูดจากชนบทเข้าเมือง จากเมืองเข้ากรุงเทพฯ คนฉลาด คนหลักแหลมก็หนีเข้าเมืองตามเงิน พ่อเลยต้อง Reverse กลับ ต้องคิดว่าทำยังไงให้เงินกลับเข้าสู่ชนบท ทำยังไงให้แรงงานที่มีความสามารถกลับไปในชนบท นี่เป็นลักษณะของการมองทั้งระบบ

ประกอบกับแนวคิดที่เหมือนเราเคยทำธุรกิจเจ๊งมาก่อน ต้องทำ Discount Allowed ต้องตัดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ต้องสร้างโอกาสใหม่ ๆ เพื่อให้รายได้มันเพียงพอ คือต้องมี Philosophy ในการคิด ไม่ใช่อยู่ๆ เอาเงินไปแจก มันไม่ได้หรอก สมัยก่อนที่ลงพื้นที่กับคุณพ่อบ่อย ๆ พ่อย้ำเสมอว่า นโยบายต่างๆ เนี่ยต้องให้ประชาชนเค้ามีส่วนร่วมมากที่สุด เพราะการคิดนโยบายมันต้องทำแบบ Outside-in คือมองจากข้างนอกเข้ามา เราจะมานั่งคิดลอย ๆ แบบ Inside-Out คือคิดเองเออเองว่าทำแบบนี้แล้วเศรษฐกิจจะดี เค้าจะชอบ อย่างนี้มันไม่พอ เราต้องเข้าให้ถึงตัวประชาชน ลงไปพบปะพูดคุย ไปนั่งถามว่า คุณทุกข์เรื่องอะไร ถ้าผมช่วยอย่างนี้ รอดไหม ช่วยแบบนี้พ้นหนี้ไหม แบบนี้มันจะเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์มากกว่า

TSO-KhunOak

และแม้ว่าช่วงหลังที่การเมืองมันพลิก พวกเราถึงเศร้าใจไปกับพ่อ ไม่ใช่เพราะยึดติดกับยศหรือตำแหน่ง แต่เป็นเพราะเรารับรู้และเห็นมาโดยตลอดว่าคุณพ่อทุ่มเทตั้งใจทำเพื่อประชาชนและประเทศไทยขนาดไหน แม้ว่าครอบครัวเราต้องเจอกับสิ่งท้าทายต่าง ๆ ของชีวิตมากมาย แต่คุณพ่อนี่แหละที่เป็นหลักยึดเหนี่ยวและทำให้พวกเรายิ้มได้ และผมเชื่อว่าที่เราต่างปฏิบัติตามบทบาทและหน้าที่ของแต่ละคนได้ด้วยรอยยิ้มอย่างในทุกวันนี้ เพราะพวกเรา มีคุณพ่อเป็นต้นแบบในการใช้ชีวิต มีพลังของครอบครัวที่เข้มแข็ง และได้กำลังใจดีๆ จากทุกคนจริงๆ ครับ”

โอ๊ค
พานทองแท้ ชินวัตร