คุณหญิงพจมาน ผู้อยู่เคียงข้างทุกความสำเร็จ

Share on facebook
Share on twitter

     เพราะเป็นรักแรกพบ น้องอ้อคือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้นักเรียนนายร้อยทักษิณขยันเรียนอย่างหนักที่สุด เพื่อเป้าหมายเดียวคือสอบให้ได้ที่ 1 ของชั้นปี และจะได้ทุน ก.พ. เพื่อตามเธอผู้เป็นที่รักไปเรียนต่อต่างประเทศให้ได้ หลังจากนั้นชีวิตการเรียนยังก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น เมื่อผลการเรียนดีเยี่ยมที่เกิดจากแรงบันดาลใจแห่งความรัก ทำให้ได้ทุนเรียนต่อปริญญาเอก จึงเป็นที่มาของคำนำหน้าว่า “ดร.ทักษิณ”

     หากไม่ใช่หญิงสาวที่ชื่อพจมาน ความเพียรพยายามใดๆ ในชีวิตก็คงมาไม่ถึงครึ่งทางความสำเร็จนี้อย่างแน่นอน

     หลังแต่งงานทั้งคู่ได้ไปเริ่มต้นชีวิตครอบครัวที่สหรัฐอเมริกา เป็นช่วงเวลาที่คู่ชีวิตหนุ่มสาวต้องปรับตัวเข้าหากัน นักเรียนทุนทักษิณขณะนั้นอายุ 27 ปีกำลังเริ่มต้นเรียนปริญญาเอก ส่วนคุณอ้ออายุยังไม่ถึง 22 ปี ซึ่งจะเรียนต่อสาขาใดก็ได้ เนื่องจากมีความพร้อมทุกด้านและยังได้รับการสนับสนุนอย่างดีทั้งจากสามีและคุณพ่อ แต่คุณอ้อตัดสินใจที่จะเลือกรับหน้าที่เป็น “แม่บ้าน”

     “อ้อไม่เรียนหรอก พี่เรียนคนเดียวดีกว่า เพราะถ้าเรียนทั้งคู่จะไม่มีใครดูแลใคร” นี่คือเหตุผลของคุณอ้อที่แสดงถึงความเสียสละ และต้องการสนับสนุนคู่ชีวิตของเธอให้ก้าวไปข้างหน้า โดยเธอพร้อมจะอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

     แม้ครอบครัวทั้งคู่ยินดีสนับสนุนเรื่องเงินทองค่าใช้จ่าย แต่ทั้งสองคนก็ไม่ยอมรบกวนครอบครัว เลือกที่จะดิ้นรนอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง คุณอ้อไม่เคยบ่นที่ต้องอาศัยอยู่ในหอพักมหาวิทยาลัยที่มีขนาดเล็กมาก แม้บรรยากาศจะสงบเงียบแต่ก็เป็นความเงียบที่เหงาจับใจ จนทำให้คนที่จากบ้านมาไกลอย่างคุณอ้ออดคิดถึงบ้านไม่ได้

     ความเหงาถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นพลังในการทำงาน คุณอ้อขวนขวายหางานทำเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ความขยันที่มีอยู่เป็นทุนเดิมทำให้ขยับขยายไปทำงานที่เบอร์เกอร์คิง ต่อมายังได้ทำงานเป็นพนักงานขายที่ห้างฟอเลย์ ดีพาร์ทเมนต์สโตร์ เลิกจากงานประจำทุกวัน ยังกลับมาทำงานบ้านต่อ เธอทำหน้าที่แม่บ้านดูแลครอบครัวได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ความขยันทำงานไม่ยอมหยุดของคุณอ้อช่วยบรรเทาความคิดถึงบ้านได้อย่างดียิ่ง ขณะเดียวกันการทำงานอย่างหนักเกินตัวก็ทำให้คุณอ้อต้องแท้งลูกคนแรกไปอย่างน่าเสียดาย

     ดร.ทักษิณ ได้คิดวิธีแก้วิกฤตการทำงานไม่ยอมหยุดของคุณอ้อได้ทันเวลา วิธีการก็คือพาเธอนั่งรถและขับรถไปไกลๆ เป็นชั่วโมงๆ เป็นทั้งการพักผ่อนไปในตัว และได้พูดคุยปรึกษาหารือเรื่องต่างๆ ด้วยกัน ที่สำคัญทำให้คุณอ้อหนีไปทำงานอะไรไม่ได้ในช่วงเวลาต้องนั่งรถ วิธีดังกล่าวแก้ปัญหาได้ดีมากๆ จนถึงทุกวันนี้ทั้งคู่ก็ยังคงใช้วิธีนั่งรถกินลมชมวิวไปด้วยกันนานๆ ในเวลาที่ต้องการปรึกษากันทั้งเรื่องชีวิตส่วนตัว เรื่องธุรกิจ เรื่องการเมือง ตลอดจนในเวลาที่ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ก็จะใช้วิธีนี้เช่นกัน

     เพราะความที่ทั้งสองรักกันมาก จึงทำให้ทุกคนคิดว่านิสัยใจคอคงน่าจะคล้ายๆ กัน แต่อันที่จริงแล้วทั้งสองคนคิดต่างกันชนิดเรียกว่าคนละขั้วเลยก็ว่าได้

     คุณอ้อมาจากครอบครัวข้าราชการ เติบโตมากับคุณยายซึ่งเป็นผู้หญิงไทยโบราณ จึงถูกหล่อหลอมให้เป็นคนรักความเรียบง่าย สมถะ เป็นคนประณีต มีความละเอียดลออ ชอบชีวิตที่มีความมั่นคง

     ส่วนดร.ทักษิณเติบโตมากับคุณพ่อที่ชอบการเปลี่ยนแปลง ชอบคิด ชอบลองทำสิ่งใหม่ๆ ชอบเทคโนโลยีทันสมัย ตัดสินใจฉับไว ชอบความท้าทายของชีวิต

     คุณอ้ออยากให้ ดร.ทักษิณ รับราชการ มีเงินเดือนพอกินพอใช้ ไม่ต้องเสี่ยงทำธุรกิจ ไม่อยากให้เล่นการเมือง เพราะรู้สึกอาจไม่ปลอดภัย ไม่สงบสุข แต่ดร.ทักษิณ รู้สึกตัวเองไม่เหมาะกับอาชีพรับราชการ แต่กลับสนใจการเคลื่อนไหวสิ่งแปลกใหม่ของแวดวงธุรกิจมากกว่า และมองการเมืองเป็นสิ่งน่าลองน่าเรียนรู้

     ดร.ทักษิณ ได้อธิบายถึงความต่างระหว่างเขากับคุณอ้อไว้ว่า “ความแตกต่างระหว่างเราสองคนจึงเป็นดั่งมุม 180 องศาสองมุม แต่ถ้าหันหลังชนกัน เมื่อ 180 องศารวมกับอีก 180 องศา ก็จะกลายเป็นมุมรอบทิศ 360 องศาพอดี ผมกับคุณอ้อประสานความแตกต่างระหว่างกันแบบมุม 360 องศานี่เอง”

     ความต่างจึงสร้างความเติมเต็มให้กันและกันได้อย่างลงตัว ดร.ทักษิณยอมรับว่าตัวเองมีข้อบกพร่องและจุดอ่อนหลายอย่าง ความโชคดีของเขาก็คือมีผู้สนับสนุนอย่างคุณอ้อซึ่งเป็นกระจกที่ดี มีความชัดเจนใสกระจ่าง สามารถสะท้อนเงาสามีอย่างที่เห็นและเป็นจริง ช่วยเตือนสามียามที่เห็นข้อบกพร่อง เห็นสิ่งไหนว่าควรแก้ไขก็จะบอกกล่าวกันอย่างตรงไปตรงมา

     “คุณอ้อได้ทำหน้าที่กระจกเงาชั้นเยี่ยมให้กับผมมากว่า 30 ปี โดยรู้จักเงานั้นให้เกิดคุณ เติมความแกร่งถมความพร่องให้ผมได้ และรู้ด้วยว่าควรปฏิบัติเช่นไรจึงจะพอดี ไม่โอเวอร์ ไม่เคยก้าวก่ายจนเลยเขตของการเป็นผู้สนับสนุน ผมยอมรับเลยว่าผมทำอะไรต้องได้รับการสนับสนุนจากภรรยา ทำการค้าภรรยาก็ช่วยสร้าง ทำการเมืองภรรยาก็ช่วยเสริม”           

คงจะจริงกับคำกล่าวที่ว่าผู้ชายที่ประสบความสำเร็จมักจะมีผู้หญิงเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นตัวอย่างของประโยคนี้ได้ดี คุณหญิงพจมาน ณ ดามาพงศ์ คือผู้อยู่เบื้องหลังและเคียงข้างทุกความสำเร็จ รวมไปถึงวันที่ดร.ทักษิณสุขที่สุดและทุกข์ที่สุดในชีวิตด้วยเช่นกัน

เบื้องหลังความเจริญก้าวหน้าในทุกด้านของชีวิตดร.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ผิดนักที่จะสรุปได้ว่า เขามี “ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ”ตลอดชีวิตก็คือ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์          

     “คุณอ้อเธอทำให้ผมทึ่งด้วยการปรับจุดอ่อนเป็นจุดแข็ง แปลงความต่างระหว่างเราให้เป็นประโยชน์ โดยมีศรัทธาต่อคนรักของเธอเป็นเข็มทิศนำทาง”

Share on facebook
Share on twitter