จากรักแรกพบ สู่รักเดียวตลอดกาล

Share on facebook
Share on twitter

       ความรักในวัยเรียนสำหรับบางคนอาจเป็นพลังลบทำให้ไม่สนใจการเรียนแต่ความรักของนักเรียนนายร้อยหนุ่ม “ทักษิณ” และ “พจมาน”สาวน้อยนักเรียนคอนแวนต์ กลับกลายเป็นพลังบวกมหาศาล ที่ทำให้ทั้งสองคนสนใจและขยันเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้พลังแห่งความรักผลักดันตัวเองจนสอบชิงทุนไปเรียนต่างประเทศได้เป็นผลสำเร็จ ในเวลาต่อมาความรักเดียวกันนี้ยังช่วยให้สร้างครอบครัวที่อบอุ่นซึ่งเปรียบเสมือนสิ่งหล่อเลี้ยงหัวใจในยามที่ต้องเผชิญความทุกข์ในชีวิต สิ่งมหัศจรรย์ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีผู้หญิงที่ชื่อ “พจมาน ดามาพงศ์”

หลังจากนักเรียนนายร้อยหนุ่มทักษิณตั้งใจแน่วแน่ที่จะจีบน้องอ้อสาวคอนแวนต์ ยุทธการการจีบสาวจึงเริ่มขึ้น เป็นวิธีจีบที่แสนจะธรรมดา จีบกันแบบซื่อๆ และจริงใจตามบุคลิกนิสัยของเขา นักเรียนนายร้อยทักษิณเป็นทั้งหัวหน้าตอนและยังได้ตำแหน่งประธานกิจกรรม ทำให้เขาได้รับอนุญาตให้ทุกวันพุธออกมาข้างนอกเพื่อติดต่อนำหนังไปฉายที่โรงเรียน เขาเลือกไปที่ไฟว์สตาร์ และพร้อมกันนี้ก็ถือโอกาสไปดักรอน้องอ้อที่หน้าร้านเย็นตาโฟใกล้โรงเรียนเซนต์โยเซฟ คอนแวนต์ และยังได้ใช้โอกาสรับเธอไปส่งบ้านที่บางพลัด นั่งอยู่ที่นั่นสักพักแล้วก็ให้น้องอ้อขับรถมาส่งที่สามแยกไฟฉาย

รถโฟล์กคันเก่าซึ่งแม่ซื้อให้เขาคือพาหนะคู่ใจของการผูกสัมพันธ์ไมตรี เนื่องจากโรงเรียนนายร้อยไม่อนุญาตให้นำรถเข้าไปจอด จึงถือเป็นเหตุผลขอนำรถไปฝากไว้ที่บ้านน้องอ้อเพื่อให้เธอใช้รถคันนี้แทนเขา การนั่งรถไปรับไปส่งกันนับเป็นช่วงเวลาดีๆ ของการสานต่อความรัก รถโฟล์กจึงไม่ใช่แค่รถ แต่เปรียบเสมือนอนุสรณ์สำคัญที่เก็บทุกเรื่องราวความทรงจำของคนทั้งคู่ทั้งเรื่องความรัก ความสุข  เสียงหัวเราะ และความหมองหม่นยามแง่งอนหรือเวลาทะเลาะกัน ด้วยความจริงใจและมั่นคงเสมอต้นเสมอปลาย ทำให้ความรักพัฒนาขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งน้องอ้อเรียนจบมัธยมต้น คุณพ่อ (พล.ต.ท.เสมอ ดามาพงศ์) ตัดสินใจส่งเธอไปศึกษาต่อด้านภาษาที่นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา นักเรียนนายร้อยหนุ่มชั้นปี 3 ทราบข่าวนี้ถึงกับร้อนรนจนแทบทนไม่ไหว ยิ่งคิดก็ยิ่งหนักใจ พลังแห่งความรักจึงเริ่มต้นทำงานทันที ทางออกเดียวของเขาก็คือ “ต้องตามไปนิวยอร์คให้ได้!” 

หลังจากวันนั้น นักเรียนนายร้อยหนุ่มก็ทุ่มเทขยันเรียนขยันอ่านหนังสืออย่างหนักหน่วง เพื่อความหวังเดียวคือสอบให้ได้ที่ 1 ของรุ่น เพื่อจะได้ทุน ก.พ.(คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) ไปเรียนต่อต่างประเทศให้ได้ ระหว่างรอทุนก็ได้ไปสอบโทเฟลเตรียมพร้อมล่วงหน้าไว้แล้ว นักเรียนนายร้อยทักษิณช็อกเพื่อนทุกคนในปีสุดท้าย เพราะเขาแซงหน้าเพื่อนทุกคนจนสอบได้ที่ 1 สมความมุ่งมั่นตั้งใจ เมื่อได้ทุน ก.พ.ก็ยิ่งโชคดียิ่งขึ้น เพราะทำให้น้องอ้อสามารถตามไปเรียนรัฐเดียวกับเขาได้ โดยเธอจะไปอยู่กับพี่ชายระหว่างเรียน

เมื่อน้องอ้อเรียนจบ Associate of Arts Degree ด้านอนุบาลศึกษา จาก Eastern Kentucky University ความตั้งใจของเขาที่จะรีบแต่งงานเมื่อเรียนจบยังคงมีเต็มเปี่ยม นักศึกษาหนุ่มทักษิณก็ได้เร่งเรียนให้ทันกัน เขาทุ่มเทจนสามารถเรียนจบปริญญาโทได้เกรด A ทุกวิชาภายในระยะเวลาเพียง1 ปี 4 เดือน ผลการเรียนดีเลิศยังช่วยส่งเสริมชีวิตให้ก้าวหน้าขึ้นไปขั้น ทำให้ได้รับทุนเรียนต่อจนถึงปริญญาเอก แต่ก็จะยิ่งทอดระยะเวลาการแต่งงานไปอีกหลายปีถ้าจะรอจนเรียนจบ ทางที่ดีควรแต่งงานตั้งแต่ตอนนี้ เขาจึงรีบกลับประเทศไทยเพื่อขอแต่งงานกับหญิงสาวที่เฝ้ารอคอยมาตั้งแต่รักแรกพบ 30 กรกฎาคม 2519 งานสมรสพระราชทานถูกจัดขึ้นที่โรงแรมดุสิตธานี ทักษิณอายุ 27 ปี บัณฑิตสาวพจมานอายุยังไม่ถึง 22 ปี จบสิ้นการรอคอยยาวนานถึง 6 ปีเต็ม

การแต่งงานไม่ใช่บทสรุปของความรัก แต่คือบทเริ่มต้นของชีวิตจริง  “จะอ้างว่าความสัมพันธ์ของเราราบรื่นโดยตลอดก็ดูโอ้อวดเกินจริง ผมยอมรับตามตรงว่า ช่วงแรกของการคบหาเป็นแฟนนั้น ผมกับคุณอ้อเกือบจะไปกันไม่รอด เพราะนิสัยที่ขัดกันของเราสองคน” 

ดร.ทักษิณย้อนเล่าเรื่องความรักหนหลังให้ฟังว่าเนื่องจากตัวเองเป็นโผงผางพูดตรงๆ ตามสไตล์คนต่างจังหวัด บางครั้งก็ไม่ทันยั้งคิดว่าอีกฝ่ายซึ่งเป็นผู้หญิงจะรู้สึกอย่างไร ส่วนคุณอ้อนั้นเป็นคนละเอียดอ่อนกับทุกคำพูด เธอมีนิสัยนุ่มนวลถนอมน้ำใจคนอื่นเสมอ เมื่อต้องเจอคำพูดตรงๆ แบบขวานผ่าซาก บางครั้งทำให้โกรธหรือน้อยใจบ้าง แต่ก็ปรับความเข้าใจกันได้เพราะคำพูดนั้นแท้จริงแล้วไม่ได้หมายความอย่างที่คุณอ้อเข้าใจ จากรักแรกพบได้กลายเป็นรักเดียวตลอดกาล และหากไม่มีผู้หญิงที่ชื่อ “พจมาน” อยู่เคียงข้างบนเส้นทางชีวิต ดร.ทักษิณ ชินวัตร เชื่อว่าตัวเองจะไม่มีวันก้าวไปไกลได้ถึงเพียงนี้

“ถ้าไม่มีผู้หญิงชื่อพจมานคนนี้มาเคียงข้าง ความเจริญก้าวหน้าใดๆ ในทุกด้านของผม คงมาไม่ถึงครึ่งทางของวันนี้”

Share on facebook
Share on twitter