พ่อผู้เป็นแรงบันดาลใจยิ่งใหญ่ในชีวิตลูก

Share on facebook
Share on twitter

     เลิศและยินดี ชินวัตร มีบุตรสาวคนแรกคือเยาวลักษณ์ หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายคนแรกคือ ทักษิณ ทำให้ครอบครัวค่อยๆ เติบโตขึ้น มีความสมบูรณ์มากขึ้นในทุกๆ วัน และแม้ว่าครอบครัวชินวัตรจะจัดอยู่ในฐานะที่เรียกได้ว่ามีอันจะกิน แต่ลูกทุกคนก็ต้องช่วยงานพ่อแม่อย่างเต็มกำลัง การฝึกฝนลูกให้รู้จักคุณค่าของการทำงาน สอนให้รู้จักอดทนต่ออุปสรรคและไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ  คือพื้นฐานแรกของชีวิตที่พ่อเลิศและแม่ยินดีได้ปลูกฝังให้ติดตัวลูกทุกๆ คนจวบจนกระทั่งวันนี้

     ไม่ว่าจะครอบครัวไหน พ่อคือต้นแบบสำคัญของลูกเสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกชาย ที่ถ่ายทอดทั้งความรู้สึกนึกคิด ประสบการณ์การเรียนรู้ ตลอดจนคุณธรรมจริยธรรมต่างๆ ให้แก่ลูก ในวัยเยาว์เด็กชายทักษิณได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเงาเคียงกายพ่อ ไม่ว่าพ่อจะทำอะไรอยู่ที่ไหน ข้างกายจะมีลูกชายตัวน้อยคอยติดตามไม่ห่าง

     “ตั้งแต่จำความได้ ผมมักเป็นเงาติดตัวของพ่อ ส่วนหนึ่งเพราะผมเป็นลูกชายคนโต และอีกเหตุผลสำคัญก็คือ การตามพ่อเป็นเรื่องสนุกสำหรับผม”

     “ความสนุก” ที่เฝ้าติดตามพ่อนั้น มีทั้งเรื่องตื่นตาตื่นใจ มีทั้งเรื่องการผจญภัยไม่รู้จบ โดยเฉพาะบุคลิกพิเศษของพ่อที่คนเชียงใหม่ในยุคนั้นจำได้ไม่เคยลืม นั่นก็คือความ “นำสมัย” ความกระตือรือร้นที่จะสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ รวมถึงความกล้าคิด กล้าทำ กล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ เป็นคนแรกของสันกำแพงอยู่เสมอ คุณสมบัติเหล่านี้เองที่เด็กชายทักษิณได้รับถ่ายทอดจากพ่อมาอย่างครบถ้วน

     หากจะย้อนเวลากลับไปอีกหลายสิบปี เราจะพบว่า เลิศ ชินวัตร ก็ได้รับการถ่ายทอดคุณสมบัติสายตรงมาจากต้นตระกูลรุ่นคุณทวดคือ คูชุนเส็ง ที่ตัดสินใจข้ามน้ำข้ามทะเลจากประเทศจีน เพื่อมาตั้งต้นชีวิตใหม่ในประเทศไทย โดยเริ่มอาชีพนายอากรบ่อนเบี้ยที่จังหวัดจันทบุรี หลังจากแต่งงานกับสาวไทยที่ชื่อทองดี คุณทวดได้ล่องเรือมาแสวงหาลู่ทางใหม่ที่จังหวัดเชียงใหม่

     ต่อมามีลูกคือปู่เชียง (ผู้ริเริ่มนามสกุล “ชินวัตร”) ปู่เชียงแต่งงานกับย่าแสง พอถึงพ.ศ.2464 รถไฟสายเหนือกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ได้สร้างเสร็จ เมืองเชียงใหม่จึงพลิกโฉมหน้าธุรกิจครั้งใหญ่ ปู่เชียงก็เริ่มต้นนำเข้าสินค้าจากกรุงเทพฯ เช่น เกลือ น้ำตาล น้ำมัน มาค้าขายในอำเภอฝาง ซึ่งยังห่างไกลความเจริญอย่างมาก

     ในเวลาต่อมาย่าแสงได้ริเริ่มธุรกิจผ้าไหม โดยซื้อไหมจากยูนนานและจ้างคนท้องถิ่นมาเป็นผู้ทอ ผ้าไหมที่ไม่เคยมีใครสนใจได้ถูกดัดแปลงรูปแบบและออกแบบสีสันให้ทันสมัย เป็นการผสมผสานที่ลงตัวอย่างยิ่ง ทำให้ผลิตภัณฑ์ได้รับความนิยมอย่างมาก กลายเป็นอุตสาหกรรมในชุมชนที่โด่งดัง สร้างชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วทุกหัวระแหง  “ไหมไทยชินวัตร” จึงปรากฏชื่อตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

     จากต้นตระกูลที่ได้สืบทอดนิสัยรักการบุกเบิก กล้าคิด กล้าทำสิ่งใหม่ ตกทอดมาจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ในวัยเยาว์เด็กชายทักษิณจึงได้เห็นผู้เป็นพ่อบุกเบิกธุรกิจร้านกาแฟของตัวเอง และพ่อไม่หยุดอยู่แค่ร้านกาแฟ ไร่ส้มเขียวหวานแห่งแรกของสันกำแพงจึงเกิดขึ้น ตามมาด้วยสวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งแรกก็ติดตามมา ที่ตื่นตาตื่นใจของคนทั้งสันกำแพงก็คือเป็นไร่ส้มแห่งแรกที่ใช้รถแทรกเตอร์ช่วยทำไร่ แทรกเตอร์ในสมัยนั้นคันไม่ใหญ่ เป็นระบบออกแรงเข็นโดยคนเข็นจะยืนด้านหลังของด้ามจับ เด็กชายทักษิณอายุไม่ถึง 10 ขวบก็ยังถูกฝึกให้ขับรถแทรกเตอร์คันนั้นด้วยเช่นกัน

     นิสัยใฝ่เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ของพ่อเห็นได้อย่างเด่นชัดเมื่อหันไปลองทำธุรกิจโรงหนัง ทั้งที่ไม่เคยมีความรู้เรื่องนี้มาก่อน และพ่อยังกล้าลงทุนซื้อกิจการเฉลิมพลเดินรถ หรือ รถเมล์เหลืองในจังหวัดเชียงใหม่ และผันตัวเองไปเป็น “กัมประโด” หรือหัวหน้าแผนกสินเชื่อให้กับธนาคาร เริ่มเรียนรู้การเงินการธนาคารซึ่งนับเป็นเรื่องใหม่อย่างมากในสมัยนั้น 

     และในปี 2512 คุณพ่อก็ก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง เลิศ ชินวัตร ได้รับเลือกเป็น ส.ส.จังหวัดเชียงใหม่ ในบั้นปลายชีวิตของพ่อได้อุทิศตนรับใช้ชาติและชาวเชียงใหม่ ทำหน้าที่ของคนรักผืนแผ่นดินเกิดได้อย่างเต็มภาคภูมิ

     ตลอดเวลาที่อยู่ใกล้ชิดพ่อ เด็กชายทักษิณได้ซึมซับทุกสิ่งทุกอย่างไว้ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ทั้งหมดนี้ได้ปลุกพลังความใฝ่รู้ของเด็กชายทักษิณให้กลายเป็นเด็กช่างซักช่างถาม ชอบแสวงหาความรู้จากลุง ป้า น้า อา และคนรอบข้างอยู่เสมอ จนกลายเป็นบุคลิกพิเศษติดตัวในแง่ของการไม่ยอมหยุดนิ่ง แสวงหาความรู้ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

     สำหรับคนที่เคยสงสัยว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผู้มีความคิดก้าวหน้า วิสัยทัศน์กว้างไกล สามารถคิดนโยบายพัฒนาประเทศชาติและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนควบคู่ไปพร้อมกันได้อย่างดียิ่ง ดร.ทักษิณมีใครเป็นต้นแบบชีวิต? คำตอบนั้นแสนใกล้ตัว  เลิศ ชินวัตร  คือพ่อ..ผู้เป็นต้นแบบทุกอย่างของชีวิต

     “มรดกที่พ่อทิ้งไว้ให้ผม อันที่จริงพ่อให้ผมมาตลอดเวลาที่ผมอยู่ข้างกายพ่อ แน่นอน ไม่ใช่ด้วยคำพูดเพราะพ่อไม่ใช่คนช่างพูด แต่พ่อได้ปลูกฝังคุณสมบัติหลายอย่างที่ผมใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด”

Share on facebook
Share on twitter