วัยเยาว์ในชนบท ต้นทุนชีวิตสำคัญที่ทำให้เข้าใจชาวบ้าน

Share on facebook
Share on twitter

     ถ้าย้อนกลับไปในช่วงเจ็บสิบกว่าปีก่อนที่หน้าตลาดสันกำแพง คนในชุมชนนั้นคงจะคุ้นเคยกับร้านกาแฟเล็กๆ ของเลิศ ชินวัตร ที่ไม่ได้เพียงแต่ขับเคลื่อนยามเช้าของชาวสันกำแพง แต่ยังเป็นสถานที่ที่เลิศและยินดี ใช้ในการอบรมเลี้ยงดูบุตรสาวและบุตรชายให้เติบโตขึ้นมาอย่างดีที่สุดเท่าที่คนเป็นพ่อแม่จะทำให้ลูกได้

     เด็กชายทักษิณเกิดเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2492 ที่สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ บ้านหลังแรกในความทรงจำคือร้านกาแฟแห่งนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่หน้าที่แรกในชีวิตก็คือช่วยพ่อโม่กาแฟ ช่วยขายโอเลี้ยง ช่วยหยิบของจิปาถะเท่าที่พ่อจะเรียกใช้ให้ทำ นอกจากงานหลักช่วยร้านกาแฟของพ่อแล้ว ก็ยังมีงานรองช่วยเฝ้าแผงและช่วยขายผ้าให้แม่ ขณะรอแม่ติดเตาช่วยพ่อเปิดร้านกาแฟให้เสร็จก่อน การเติบโตท่ามกลางชุมชนถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คน การได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง ทุกเรื่องราวต่างๆ จึงถูกซึมซับไว้โดยไม่รู้ตัว

     หลังจากธุรกิจร้านกาแฟเจริญรุ่งเรืองจนอยู่ตัวแล้ว เลิศ ชินวัตร ผู้ไม่เคยหยุดนิ่งและชอบแสวงหาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ก็หันไปบุกเบิกทำสวนส้มเขียวหวาน หรือที่คนเชียงใหม่เรียกว่าส้มเกลี้ยง พร้อมทั้งหาพันธุ์ไม้ดอกเมืองหนาวต่างๆ  เช่น เยอร์บีร่า แวนด้า ฯลฯ ทั้งหมดนี้ไม่เคยมีใครปลูกมาก่อนเลยที่สันกำแพง นับเป็นการบุกเบิกการทำเกษตรด้วยแนวคิดแปลกใหม่เป็นครั้งแรก ถือเป็นความท้าทายทางธุรกิจอย่างมาก สิ่งใหม่ๆ ที่น่าสนใจก็คือครอบครัวชินวัตรได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการเกษตร มีการคิดวิธีทดน้ำจากป่าผ่านคันนาเพื่อให้เส้นทางน้ำผ่านเข้ามาในสวนส้ม ที่ฮือฮาเป็นพิเศษก็คือมีการสั่งรถแทรกเตอร์มาใช้ในการทำสวนเป็นครั้งแรกในสันกำแพง ขณะที่ชาวบ้านทั่วไปยังต้องอาศัยแรงงานดั้งเดิม เช่น วัว ควาย

     เมื่อครอบครัวเข้าสู่อาชีพการเกษตร เด็กชายทักษิณจึงมีโอกาสเรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรเพิ่มขึ้น หน้าที่ใหม่ของเด็กน้อยก็คือช่วยแม่ตัดส้มแล้วแพ็กลงเข่ง ทำซ้ำๆ จนถึงขั้นเป็นผู้ชำนาญการ และหากอยากขายดอกกล้วยไม้ เขาก็ต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อไปตัดดอกไม้ ตัดแล้วนำไปปักในก้านกล้วยเพื่อให้ดอกกล้วยไม้ยังคงสดใหม่ หลังจากนั้นนำไปใส่ตระกร้าคล้องแขนเพื่อนำไปขายและแขนที่คล้องดอกไม้อยู่เสมอก็คือแขนของเด็กชายทักษิณนั่นเอง

     ชีวิตติดดินที่อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ แม้จะเป็นช่วงวัยเยาว์แต่การได้มีส่วนช่วยงานในไร่ ถือเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์เรียนรู้ชีวิตเกษตรกรได้อย่างแท้จริง เป็นการเรียนรู้ความเหนื่อยยาก ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ  จากประสบการณ์ตรงของชีวิตตัวเอง

     เลิศ ชินวัตร น่าจะได้ชื่อว่านักบุกเบิกธุรกิจแห่งสันกำแพง เพราะหลังจากสร้างตำนานปลูกส้มเขียวหวานและไม้ดอกเมืองหนาวเป็นเจ้าแรกจนประสบความสำเร็จแล้ว เขาได้ผันตัวเองไปทำหน้าที่ “กัมประโด”หรือ หัวหน้าแผนกสินเชื่อธนาคาร ทำให้มีโอกาสพบกับลูกค้าสินเชื่อคนหนึ่งที่ได้ชวนให้ร่วมหุ้นทำโรงหนัง “ศรีวิศาล” แม้จะไม่เคยทำธุรกิจบันเทิงเช่นนี้มาก่อน แต่ด้วยแนวคิดของเขาที่ชอบริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ กล้าคิด กล้าลอง โรงหนังศรีวิศาลจึงเกิดขึ้นโดยเลือกฉายหนังไทยและหนังฝรั่งสวนกระแสขณะที่โรงหนังอื่นๆ ฉายหนังแขกและหนังจีน ผลปรากฏว่าถูกใจชาวบ้านเป็นอย่างมาก

     ธุรกิจโรงหนังเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็วทำให้เขาขยายฐานไปสู่ธุรกิจเดินรถโดยได้ซื้อกิจการ“รถเมล์เหลือง”ตามมาด้วยรับเป็นเอเย่นต์จำหน่ายรถสามล้อเครื่อง มอเตอร์ไซค์ จักรเย็บผ้า ปั๊มน้ำมัน รวมทั้งเปิดโรงหนังแห่งที่สอง

     ดร. ทักษิณในเวลานั้นเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น แม้อายุเพียง 14-15 ปี  แต่เป็นหนุ่มน้อยที่ต้องรับผิดชอบงานหลากหลายในธุรกิจเทียบเท่าผู้ใหญ่คนหนึ่งและที่สำคัญนี่คือช่วงเวลาที่ทำให้เขาใกล้ชิด ได้เห็นสารทุกข์สุกดิบชีวิตชาวบ้านมากที่สุด

     หลังเลิกเรียนหน้าที่ของเด็กหนุ่มก็คือเช็กยอดตั๋วที่โรงหนังศรีวิศาล บางวันต้องไปช่วยขายอะไหล่มอเตอร์ไซค์และจักรเย็บผ้า ยังไม่จบแค่นั้น เขายังต้องตามไปเก็บเงินผ่อนตามบ้านต่างๆ  ซึ่งแต่ละหลังมักจะอยู่ห่างกันแถมยังอยู่ในซอยลึก บางครั้งมอเตอร์ไซค์ยังเข้าไปไม่ถึงต้องจอดแล้วเดินเลาะคันนาเข้าไป ยิ่งหลังจากพ่อซื้อกิจการรถเมล์ หน้าที่ความรับผิดชอบก็ขยายเป็นเงาตามตัว ทั้งช่วยนับเงินเมื่อกระเป๋ารถเมล์ลงเวร ขับรถเมล์ก็เคยทำมาแล้ว จนกระทั่งอายุ 17 ปี ก็ต้องหยุดทำทุกอย่างทั้งหมด เนื่องจากต้องย้ายมาศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ

     นับเป็นช่วงเวลากว่า 10 ปีที่ใช้ชีวิตติดดินทำให้เขานำเอาความเข้าใจความใกล้ชิดและการเข้าถึงหัวใจชาวบ้าน มาสร้างสรรค์นโยบายและโครงการต่างๆ ที่ช่วยทำให้ชีวิตของผู้เป็นรากฐานของประเทศชาติดีขึ้นได้จริงๆ

     “การที่ผมได้เกิดและเติบโตในชนบทมากว่า 10 ปี แม้จะไม่ใช่ลูกชาวนายากไร้อดอยาก แต่พ่อแม่เลี้ยงมาอย่างติดดิน ก็ทำให้ผมสำนึกเข้าถึงชีวิตชาวบ้านมากทีเดียว”

Share on facebook
Share on twitter